พม.จังหวัดตรัง สานพลังเครือข่ายจัดใหญ่งานวันคนพิการสากลจังหวัดตรัง

       ในวันอังคารที่ 9 มกราคม 2567 ณ อาคารศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง จัดงานวันคนพิการสากลจังหวัดตรัง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพลิกฟื้นและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับคนพิการ เพื่อคนพิการ โดยคนพิการ” (United in action to rescue and achieve the SDGs for, with and by persons with disabilities) โดย นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง กล่าวต้อนรับ และนายธเนศ ต้องชู ประธานสภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัดตรัง เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ องค์กรด้านคนพิการ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนทั่วไป ประมาณ 800 คน
      นายวิชาญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ทุกวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม มีโอกาสได้แสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ ซึ่งทำให้สังคม เกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม สำหรับวันคนพิการสากลประจำปี 2566 องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลัก คือ “รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพลิกฟื้นและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อคนพิการโดยคนพิการ” โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ( พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสเพื่อส่งเสริมให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตบนพื้นฐานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และส่งเสริมความเสมอภาค เป็นธรรม อย่างทั่วถึงเท่าเทียม และสามารถเข้าถึงประโยชน์จากสิทธิได้อย่างแท้จริง
      นางสาวโสพิญฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจังหวัดตรัง มีคนพิการ จำนวน 21,587 คน คิดเป็นร้อยละ 3.38 ของจำนวนประชากร โดยเป็นคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวมากที่สุด จำนวน 11,856 คน รองลงมา คือ คนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย จำนวน 3,145 คน และมีแนวโน้มผู้พิการ จะมีจำนวนมากขึ้นตามสถานการณ์ของสังคมไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2566 นี้ ซึ่งจะเห็นได้จากการมาจดทะบียนคนพิการใหม่กว่า 60% เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหว และการได้ยินหรือสื่อความหมาย ดังนั้นจังหวัดตรัง ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงกำหนดจัดงานวันคนพิการสากลจังหวัดตรังขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหน่วยงานราชการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และประชาชน ในจังหวัดตรัง โดยกิจกรรมในงานวันนี้ ประกอบด้วย
1. มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ นายชาตรี บุญมี คนพิการต้นแบบ ซึ่งได้รับโล่จากนายกรัฐมนตรีในงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566
2.มอบเกียรติบัตรให้กับคนพิการตัวอย่างจังหวัดตรัง จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายอธิพัฒน์ สงสัย และนายสุวิจักขณ์ นามสีฐาน
3.มอบเกียรติบัตรให้กับนักกีฬาคนพิการที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดตรัง จำนวน 7 ราย ได้แก่ นายสัมปชัญญ์ สมาธิ นายธนกฤต มัคคินทร นายมาโนช มะลิแก้ว นางสาวนันทนา จิตคำนึง นางสาวพัชรี ดำมณีย์ นายชำนาญ ทรัพย์แก้ว และนางสาวธิดาทิพย์ สิทธิชัย
4. มอบเกียรติบัตรให้กับสถานประกอบการที่มีการจ้างงานคนพิการดีเด่น ประจำปี 2566 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ตรังวัฒนาฟาร์ม จำกัด บริษัทศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทวู้ดเวอร์ค จำกัด
5. มอบเกียรติบัตรให้แก่ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ที่มีผลงานโดดเด่น จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองกันตัง องค์การบริหารส่วนตำบลเขาขาว และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา
6. มอบเกียรติบัตรให้แก่คนพิการที่ประสบความสำเร็จด้านการกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพ ประจำปี 2566 จำนวน 2 ราย
7.กิจกรรมมอบเงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ จำนวน 3 ราย
8.มอบกายอุปกรณ์ (รถสามล้อโยกมือ) ให้แก่คนพิการ จำนวน 4 ราย
9.การแสดงการเต้น และการแสดงละครคนพิการ
10.การออกบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของคนพิการ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
11.กิจกรรมนันทนาการ พร้อมจับสลากของขวัญที่ได้รับการสนับสนุนมาจากเครือข่ายทุกภาคส่วนมอบให้คนพิการผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 รางวัล
        นางสาวโสพิญฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พม.จังหวัดตรัง ขอขอบคุณเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ พม.จังหวัดตรังพร้อมขับเคลื่อนงานด้านสังคมและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และวันนี้ทาง พม.จังหวัดตรัง ขอเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ช่วยกัน แอดไลน์ ESS ซึ่งเป็นระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ติดมือถือไว้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือทุกคนได้ หากตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย/ข่มขู่ว่าจะทำร้าย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือพบเห็นผู้คลุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และการมั่วสุมก่อให้เกิดเหตุร้ายสามารถกดแจ้งเหตุผ่านไลน์ ESS เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีด้วยระบบ Line OA ที่ช่วยสร้างความปลอดภัยแก่ตัวเองและชุมชนเพียงแชร์ให้เพื่อน แอดไลน์ @esshelpme หรือคลิกลิงก์ https://lin.ee/GetbF8D นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทรสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

พม.ตรัง ร่วมกับเครือข่าย CSR และกาชาด ลงพื้นที่ “บ้านตระ” มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน

      เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.30 น. นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นางสาวณัฐยา ทวีวงศ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง และนางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง (พมจ.ตรัง) นำทีมเครือข่าย CSR และเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง ลงพื้นที่บ้านตระ มอบถุงยังชีพ (เครื่องอุปโภค บริโภค) ให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่บ้านตระเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตในการหาของป่า กรีดยาง ซึ่งนัดหมายมารวมตัวกัน ณ จุดสกัดน้ำตกโตนตก ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

 

        นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ กล่าวว่า พมจ.ตรัง ได้รับการแจ้งประสานจากท่านนายอำเภอปะเหลียน (นายณัฐวุฒิ สังข์สุข) ว่าชาวบ้าน “บ้านตระ” ประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่โดยทั่วไปในขณะนี้ว่า เสี่ยแป้งนาโหนด ได้หลบหนีเข้าไปในพื้นที่บ้านตระ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นเวลาหลายวัน ทำให้ชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำสวนยางพารา หาของป่า ได้รับผลกระทบ รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และชีวิตมีความเสี่ยง ไม่กล้าออกไปประกอบอาชีพตามปกติได้ จึงทำให้ขาดรายได้ ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค อยู่ในสถาวะยากลำบากในการดำรงชีวิต ทาง พมจ.ตรัง จึงได้ประสานเครือข่าย CSR ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง ช่วยกันสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภคมามอบร่วมกันในวันนี้

โดยในวันนี้ นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ซึ่งให้ความสำคัญในความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาขนเป็นอย่างมาก นำทีมลงพื้นที่มามอบเครื่องอุปโภค บริโภค พร้อมรับฟังปัญหาและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนบ้านตระด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ประชาชนบ้านตระได้รับการดูแลโดย นายอำเภอปะเหลียน และทีมงานองค์การบริหารส่วนตำบลปะเหลียน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ซึ่งมีจำนวน 85 ครอบครัว ประชากร 130 คน มาก่อนแล้วอย่างต่อเนื่องโดยตลอด

 

         นางสาวโสพิญฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวันนี้ พมจ.ตรัง ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเครือข่าย CSR ได้แก่ หอการค้าจังหวัดตรัง บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตรัง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดตรัง บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด(มหาชน) บริษัท ตรังยูซี จำกัด และมูลนิธิคนเห็นคน ร่วมกันทั้งแรงกาย แรงใจ และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่บ้านตระ รวมจำนวน 27 ครอบครัว ประกอบด้วย ครอบครัวคนพิการ จำนวน 4 ครอบครัว ครอบครัวผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน จำนวน 5 ครอบครัว และครอบครัวที่มีเด็กอยู่ในวัยเรียน จำนวน 18 ครอบครัว ทั้งนี้ พมจ.ตรัง จะติดตามดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบ้านตระที่ประสบปัญหาความทุกข์บากเดือดร้อนตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

พม.จังหวัดตรัง จัดโครงการประชุมสมัชชาครอบครัวจังหวัดตรัง ประจำปี 2566

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 ณ ห้องนครินทร์บอลรูม โรงแรมรัษฎา อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง จัดโครงการประชุมสมัชชาครอบครัวจังหวัดตรัง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อความสุขของครอบครัว” โดยมีนางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และมีนางจิรพา เรนเรือง หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นผู้กล่าวรายงานสรุปความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คณะทำงานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนระดับตำบล อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) วิทยากร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้สังเกตการณ์ รวม 150 คน กิจกรรมประกอบด้วยการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น หัวข้อ “สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว การบรรยายให้ความรู้
แนวทางการขับเคลื่อนมาตรฐานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน และการอภิปรายกลุ่ม หัวข้อ “การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อความสุขของครอบครัว

นางสาวโสพิญฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร ความจำเป็นทางเศรษฐกิจและการทำงาน ปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม และในปี พ.ศ. 2566 ยังพบว่าจำนวนการจดทะเบียนสมรสลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สถิติการหย่าร้างมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ทำให้โครงสร้างของครอบครัวหรือรูปแบบครัวเรือนที่เปลี่ยนไป ครอบครัวมีรูปแบบในมิติที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวเดียวกันที่แยกกันอยู่ ครอบครัวขยาย ครอบครัวข้ามรุ่น ครอบครัวแหว่งกลาง ครอบครัวที่ผู้สูงอายุอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ครัวเรือนเปราะบาง เป็นต้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงมีภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสตรีและสถาบันครอบครัว เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย โดยมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัว เพื่อสนับสนุนและยกระดับการทำงานด้านสตรีและครอบครัวในพื้นที่แบบบูรณาการ สร้างความเข้มแข็งของสตรีและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง อาทิ การขับเคลื่อนกลไกการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว ระดับจังหวัด การส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายสตรี การจัดเก็บข้อมูลครอบครัว การรณรงค์ยุติความรุนแรงในเด็ก สตรี และครอบครัว การเปิดโอกาสและยอมรับจากครอบครัวในเรื่องความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยมีศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน เป็นกลไกในการขับเคลื่อนงาน ร่วมกับภีเครือข่ายในพื้นที่

นางสาวโสพิญฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดโครงการในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและแนวทางในการดำเนินงานด้านครอบครัวอย่างสร้างสรรค์ และจัดทำสรุปข้อเสนอมติสมัชชาครอบครัวระดับชาติ จังหวัดตรัง ประจำปี 2566 เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบาย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับครอบครัวต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมในวันนี้ ได้มีมติสมัชชาครอบครัวจังหวัดตรัง ปี 2566 ดังนี้
1. ควรจัดให้การประชุมหารือโดยมีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในระดับของผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ซึ่งมีความใกล้ชิดประชาชน
2. ควรกำหนดประเด็นด้านครอบครัวในเทศบัญญัติของท้องถิ่น เพื่อให้มีการพัฒนากลไกชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ องค์ความรู้ในท้องถิ่น
3. ควรจัดสถานที่หรือพื้นนที่สาธารณะในการเรียนรู้และส่งเสริมครอบครัว เพื่อลดพื้นที่เสี่ยง ต่อเด็กและครอบครัว
4.การออกแบบสภาพแวดล้อมที่มีความสุข ควรเริ่มจากครอบครัวของตนเอง ส่งเสริมการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว โดยให้ครอบครัวใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน
5.ควรมีงบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนอย่างต่อเนื่อง และทั่วถึงในทุกปี

นางสาวโสพิญฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดโครงการฯ ในวันนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ มูลนิธิ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ชุมชนและท้องถิ่น ที่จะเป็นภาคเครือข่ายสานพลังทางสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน และร่วมกันในการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว และขอขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานเพื่อพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ พม.ตรัง พร้อมขับเคลื่อนงานด้านสังคมและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ
โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และวันนี้ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ขอเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมการอบรมทุกคน ช่วยกัน แอดไลน์ ESS ซึ่งเป็นระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ติดมือถือไว้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือทุกคนได้ หากตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย/ข่มขู่ว่าจะทำร้าย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือพบเห็นผู้คลุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และการมั่วสุมก่อให้เกิดเหตุร้ายสามารถกดแจ้งเหตุผ่านไลน์ ESS เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีด้วยระบบ Line OA ที่ช่วยสร้างความปลอดภัย แก่ตัวเองและชุมชนเพียงแชร์ให้เพื่อน แอดไลน์ @esshelpme หรือคลิกลิงก์ https://lin.ee/GetbF8D นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทรสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

พม.ตรัง จัดพิธีมอบเงินสงเคราะห์เด็กและครอบครัวรายบุคคล พร้อมเชิญชวนแอดไลน์ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me

     เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ณ ห้องพระยารัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 5 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีมอบเงินสงเคราะห์เด็กและครอบครัวรายบุคคล โดยมี นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้อนุมัติให้การสนับสนุนเงินสงเคราะห์ดังกล่าว แก่ครอบครัว จำนวน 20 ครอบครัว (เด็ก จำนวน 39 คน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 124,500 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือครอบครัว นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก ค่าพาหนะ ค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษา ตลอดจนนำไปใช้จ่ายเพื่อการสงเคราะห์ครอบครัวในเรื่องการอุปโภคบริโภค รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็น

     นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า กองทุนคุ้มครองเด็ก เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 โดยกำหนดว่าการขอรับสนับสนุนจากกองทุนฯ รายบุคคล ต้องเป็นบุคคล ครอบครัว หรือครอบครัวอุปถัมภ์ที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และต้องเป็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน และไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งทุนอื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็ก อีกทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวในเบื้องต้น กรณีเด็กที่ถูกบิดามารดาทอดทิ้ง หรือบิดามารดาเสียชีวิต หรือต้องโทษจำคุก และเด็กอยู่ในความดูแลของญาติพี่น้อง ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้ขอให้ทุกครอบครัวร่วมกันเอาใจใส่และดูแลเด็กด้วยความรักความเข้าใจเพื่อให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อสร้างสรรค์เด็กให้เป็นกำลังสำคัญของสังคมในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าในโอกาสต่อไป

     ทางด้าน นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ได้ใช้โอกาสในครั้งนี้ เชิญชวนประชาสัมพันธ์ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคน ช่วยกันแอดไลน์ ระบบ ESS Help Me ซึ่งเป็นระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ติดมือถือไว้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา หากตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เช่นถูกทำร้าย /ข่มขู่ว่าจะทำร้าย/ถูกล่วงละเมิดทางเพศ/ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือพบเห็นคนคุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และการมั่วสุมก่อให้เกิดเหตุร้าย สามารถกดแจ้งเหตุผ่านไลน์ ESS เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีด้วยระบบ Line OA ที่ช่วยสร้างความปลอดภัยแก่ตัวเองและชุมชนเพียงแชร์ให้เพื่อนแอดไลน์ @esshelpme หรือคลิ๊กลิ้งค์ http://lin.ee/GetbF8D และหากประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนสามารถโทรติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทรสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

พม.จังหวัดตรัง “หนุนเสริมคนพิการ มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ ไม่มีดอกเบี้ย”

       วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ชั้น 1 สำนักงานเทศบาลนครตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้บริการของกองทุนส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการที่กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพรายใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2566 ครั้งที่ 3 โดยมี นายอนันต์ ดนตรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน และพบปะพูดคุยให้กำลังใจคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ และมี นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง กล่าวรายงาน

      นายอนันต์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ซึ่งได้จัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” เพื่อเป็นทุนสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การสงเคราะห์ช่วยเหลือ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การศึกษา การให้บริการกู้ยืมเงิน เพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพอิสระหรือการขยายกิจการสำหรับคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ โดยไม่มีดอกเบี้ย สามารถดำรงชีวิตไดัด้วยตัวเองมีรายได้และครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เป็นภาระของสังคม

      นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคนพิการจังหวัดตรัง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 20,860 ราย ได้ใช้บริการของกองทุนคนพิการมาแล้ว จำนวน 2,684 ราย โดยในจำนวนนี้ยังมีข้อผูกพันกับกองทุนฯ จำนวน 1,615 ราย ผู้พิการหรือผู้ดูแลคนพิการส่วนใหญ่ ขอกู้เงินไปเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกร ประมง เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย โดยยังขาดความรู้ความเข้าใจการใช้บริการของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บริการกู้เงินไม่มีดอกเบี้ยจากกองทุนฯ ข้อผูกพันตามสัญญาเงินกู้คนพิการ แนวทางการรับชำระเงินกู้คนพิการ แนวทางการปฏิบัติเมื่อตกเป็นลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ แนวทางการรับสภาพหนี้/ปรับโครงสร้างหนี้ ในกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้อีกด้วย

       นายอนันต์ ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ในวันนี้ ได้มอบเงินกู้ยืมเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ ที่ได้รับอนุมัติให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการได้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ จำนวน 14 ราย เป็นเงิน 1,009,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าพันบาทถ้วน) กระทรวง พม. จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินที่ได้รับในการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพในครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ขอกู้ไว้ และกระทรวง พม. พร้อมขับเคลื่อนงานด้านสังคม และส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทรสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากเป็นกรณีฉุกเฉินสามารถแจ้งผ่านระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคมผ่านไลน์ ESS Help Me ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ง่าย สะดวก รวดเร็ว เพียงกดเพิ่มเพื่อน @esshelpme

พม.จังหวัดตรัง ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุและครอบครัวที่เป็นแบบอย่างที่ดี

     วันอังคารที่ 25 เมษายน 2566 ณ ห้องภัชรัตน์ โรงแรมวัฒนาพาร์ค อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง จัดโครงการงานวันผู้สูงอายุและวันแห่งครอบครัวจังหวัดตรัง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “สร้างสุข ทุกพื้นที่ปลอดภัย เพื่อผู้สูงวัยและครอบครัว” ประจำปี พ.ศ. 2566 โดยมีนายภูวนัฐ สมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และมีนางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง เป็นผู้กล่าวรายงานสรุปความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย สมาชิกในครอบครัวร่มเย็น บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัวและครอบครัว ผู้สูงอายุที่ได้รับรางวัลและผู้ติดตาม ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวจังหวัดตรัง ผู้แทนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง รวมจำนวน 110 คน
     นายภูวนัฐ กล่าวว่าครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่เป็นหลักสำคัญที่สุดของสังคม ทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์ให้แก่สมาชิกของครอบครัว ด้วยการอบรม เลี้ยงดูให้ความรัก ความเอื้ออาทร ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม มีความพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป ดังนั้น ครอบครัวจึงมีความสำคัญและมีอิทธิพลที่สุดต่อชีวิตของทุกคนครอบครัว และในปี 2565 ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (complete aged society) แล้ว โดยมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปี กว่า 12.9 ล้านคน หรือ 20% จากประชากรทั้งหมด และมีการคาดประมาณว่าในอีกไม่เกิน 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็น “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” (super aged society)
     นายภูวนัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในวันนี้เป็นการรณรงค์ และสร้างกระแสสังคมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของผู้สูงอายุ ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเผยแพร่ภูมิปัญญามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคนอื่นตามศักยภาพของตนเอง และเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของครอบครัว สมาชิกในครอบครัวเข้าใจบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเพื่อสร้างแนวคิดให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนสังคมและประเทศชาติ และเพื่อรณรงค์ให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาครอบครัวให้มากขึ้น
    สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 4 ราย และมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุ องค์กรดีเด่นด้านผู้สูงอายุ บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว และครอบครัวร่มเย็น จำนวน 24 ราย รวม 28 ราย การแสดงผลงานของผู้สูงอายุ และนิทรรศการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ทั้งนี้ พม.ตรัง พร้อมขับเคลื่อนงานด้านสังคมและส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนสามารถโทรติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทรสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

พม.ตรัง พร้อมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อย่างยั่งยืน

พม.ตรัง พร้อมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อย่างยั่งยืน

         เมื่อวันพุธที่  1 มีนาคม  2566 นายกันตพงศ์  รังษีสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พบปะ ให้กำลังใจคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ พร้อมทั้ง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้บริการของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพรายใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2566 ครั้งที่ 1  ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง โดยมี นางสาวโสพิญฐ์  สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง เป็นผู้กล่าวรายงานสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ของคนพิการจังหวัดตรัง พร้อมวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการดังกล่าว

          


          นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ซึ่งได้จัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ” เพื่อเป็นทุนสำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การสงเคราะห์ช่วยเหลือ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การศึกษา การให้บริการกู้ยืมเงิน เพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพอิสระหรือการขยายกิจการสำหรับคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ โดยไม่มีดอกเบี้ย สามารถดำรงชีวิตด้วยตัวเองมีรายได้และครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เป็นภาระของสังคม 

 

    นายกันตพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับคนพิการจังหวัดตรัง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 20,679 ราย ได้ใช้บริการของกองทุนมาแล้ว จำนวน 2,640 ราย และยังมีข้อผูกพันกับกองทุน จำนวน 1,588 ราย ซึ่งส่วนใหญ่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ขอกู้เงินไปเพื่อประกอบอาชีพเกษตร ประมง เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย และอื่นๆ  ยังขาดความรู้ความเข้าใจการใช้บริการของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้และ  ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บริการกู้เงินไม่มีดอกเบี้ยจากกองทุนฯ  ข้อผูกพันตามสัญญาเงินกู้คนพิการ แนวทางการรับชำระเงินกู้คนพิการ แนวทางการปฏิบัติเมื่อตกเป็นลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ แนวทางการรับสภาพหนี้/ปรับโครงสร้างหนี้ ในกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้อีกด้วย 

    นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้  ได้มอบเงินกู้ยืมเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ ที่ได้รับอนุมัติให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการได้กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ จำนวน 29 ราย เป็นเงิน 1,775,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) กระทรวง พม. จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินที่ได้รับในการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพในครั้งนี้  สามารถนำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ขอกู้ไว้ และกระทรวง พม. พร้อมขับเคลื่อนงานด้านสังคม และส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนสามารถโทรติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทรสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

งานวันคนพิการสากล จังหวัดตรัง ประจำปี 2565

  วันอังคารที่ 31 มกราคม 2566 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง จัดงานวันคนพิการสากลจังหวัดตรัง ประจำปี 2565 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยมีนายขจรศักดิ์  เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นประธานในพิธีเปิด 

  ทั้งนี้ งานวันคนพิการสากลจังหวัดตรัง ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “การปฏิรูปสู่การพัฒนาเพื่อคนทั้งมวล : พลังนวัตกรรมสู่โลกที่เข้าถึงได้และเป็นธรรม” เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง และภาคีเครือข่ายคนพิการทุกภาคส่วนในพื้นที่ เนื่องในวันคนพิการสากล ซึ่งตรงกับ 3 ธันวาคมของทุกปี ตามประกาศขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรม และเสมอภาค ด้วยการแสดงศักยภาพให้สังคมประจักษ์ อันก่อให้เกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ นำไปสู่การให้ความยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม

 

  กิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ และการออกบูธขององค์กรคนพิการ การแสดงของคนพิการการแสดงความยินดีกับคนพิการต้นแบบของจังหวัดตรัง การมอบเกียรติบัตรให้กับคนพิการตัวอย่างจังหวัดตรัง ประจำปี 2565  การมอบเกียรติบัตรให้กับสถานประกอบการที่มีการจ้างงานคนพิการดีเด่น ประจำปี 2565 การมอบป้ายสัญลักษณ์ให้กับสถานที่ดีเด่นที่เอื้อต่อคนพิการและทุกคนและการจับสลากของขวัญสำหรับคนพิการ

พิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลบางด้วน

            วันพุธที่ 3 สิงหาคม 2565 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง จัดพิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลบางด้วน โดยได้รับเกียรติจากนายณัฐวุฒิ สังข์สุข นายอำเภอปะเหลียน เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางด้วน กล่าวต้อนรับ และประธานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลบางด้วนกล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางมณี สารผล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่ และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ร่วมให้การต้อนรับประธาน และร่วมกิจกรรม สำหรับกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย
1. มอบเงินอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน จำนวน 11 ราย ๆ 2,000บาท
2. มอบเงินทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 12 ราย ๆ ละ 1,000บาท
3. มอบรถสามล้อมือชนิดโยก สำหรับคนพิการ จำนวน 4 คน

พิธีเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลบางด้วน